Workation ทำงานไป เที่ยวไป เหมาะกับสไตล์บริษัทญี่ปุ่นหรือไม่

Workation ทำงานไป เที่ยวไป เหมาะกับสไตล์บริษัทญี่ปุ่นหรือไม่
ด้วยยุคสมัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป นั่นทำให้การทำงานของคนรุ่นใหม่มีความยืดหยุ่น ไม่จำเป็นต้องนั่งอยู่แต่ในออฟฟิศ จึงเกิดเป็นไลฟ์สไตล์ที่เรียกว่า “Workation” หรือการทำงานพร้อมการท่องเที่ยว เหมาะกับสายเที่ยวอย่างแท้จริง แต่สำหรับคนที่วางแผนอยากทำงานบริษัทญี่ปุ่น หรืออยู่กับบริษัทญี่ปุ่นคงเกิดความสงสัยอยู่ไม่น้อยว่า แนวคิดแบบนี้เหมาะกับองค์กรที่มีวัฒนธรรมเน้นระเบียบ การตรงต่อเวลาหรือไม่ ลองหาคำตอบกันได้เลย

การทำงานแบบ Workation คืออะไร

คำว่า Workation เป็นการนำ 2 คำ นั่นคือ Work และ Vacation ซึ่งแปลว่า การทำงาน และการพักผ่อน มารวมกัน ดังนั้นจึงพอสรุปได้ว่านี่เป็นแนวคิดการทำงานและท่องเที่ยวไปพร้อมกันในตัว หากเป็นเชิงปฏิบัติก็อาจหมายถึง คนที่ไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิศ สามารถนั่งทำงานได้ทุกที่บนโลกใบนี้ขอแค่มีอินเทอร์เน็ต และอุปกรณ์เชื่อมต่อ รวมถึงคุณสามารถส่งงานได้ตามกำหนดเวลา เข้าประชุมตามนัดหมายแบบไม่มีสิ่งใดติดขัด อธิบายง่าย ๆ ก็ออกทำนองหากสามารถรับผิดชอบภาระหน้าที่ของตนเองได้ ก็ไม่มีเหตุผลต้องเข้าออฟฟิศ รวมถึงยังสามารถท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่าง ๆ ได้อีกด้วย

เหตุผลสำคัญที่เทรนด์ Workation มาแรงมาก

ต้องย้อนกลับไปประมาณ 2-3 ปีก่อน หลังจากสถานการณ์โควิด-19 ระบาดหนัก บริษัทญี่ปุ่นและแทบทุกองค์กรทั่วโลกได้มีแนวคิดให้พนักงานสามารถทำงานที่บ้าน หรือ Work From Home หลังสถานการณ์ดีขึ้น ผู้คนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ ก็มีทั้งพนักงานและผู้บริหารจำนวนไม่น้อยเห็นว่า วิธีทำงานแบบ WFH ก็มีข้อดีในหลายเรื่อง เช่น ตัวพนักงานประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่ต้องเหนื่อยกับการเดินทาง มีชีวิตอิสระมากขึ้น ขณะที่ฝ่ายบริหารก็ประหยัดต้นทุนเกี่ยวกับสถานที่ทำงาน และยังคงได้งานที่ทรงประสิทธิภาพเหมือนเดิม

คราวนี้เมื่อคนที่ทำงาน WFH เริ่มเห็นว่าตนเองไม่จำเป็นต้องอยู่กับบ้านเสมอไป สามารถออกไปทำงานนอกสถานที่ได้ขอแค่มีอินเทอร์เน็ตกับอุปกรณ์ทำงานอย่างโน้ตบุ๊ก แท็บเล็ต มือถือ บวกกับวางแผนงานชัดเจน มีตารางการทำงานไม่ได้บกพร่องในหน้าที่ นั่นเท่ากับพวกเขาจะทำที่ไหนก็ไม่ติดขัด เทรนด์ Workation จึงเกิดขึ้น

ส่วนเหตุผลที่เทรนด์นี้มาแรงแบบแซงทุกโค้งก็มาจากพฤติกรรมของคนที่เปลี่ยนไป โลก Social Media ช่วยให้เข้าถึงทุกอย่างได้ง่ายขึ้นโดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ ทั้งในและต่างประเทศ จึงไม่แปลกที่สายเที่ยวมักหลงใหลกับการทำงานลักษณะดังกล่าว ซึ่งคงมีคนที่ทำงานบริษัทญี่ปุ่นจำนวนมากเลือกทำอยู่เช่นกัน

ข้อดีของการทำงานแบบ Workation

  • พนักงานไม่รู้สึกเบื่อหน่ายกับงานของตนเองที่ทำอยู่ มีไฟในการทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพของผลงานให้ออกมาดีขึ้น
  • สามารถสร้างแรงบันดาลใจ เพิ่มไอเดียใหม่ ๆ ต่อการทำงานได้มากขึ้น โดยเฉพาะคนที่ทำงานบริษัทญี่ปุ่นและหน่วยงานอื่นซึ่งมีลักษณะงานที่เกี่ยวกับการใช้ความคิดสร้างสรรค์
  • ลดระดับความเครียดของการทำงานลงได้เยอะ สุขภาพจิตของพนักงานดีขึ้น
  • สร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อองค์กร เช่น บริษัทญี่ปุ่นที่อนุญาตให้พนักงานทำงานในลักษณะ Workation จะได้รับการชื่นชม เกิดทัศนคติเชิงบวก จนคนเก่ง ๆ อยากเข้ามาร่วมงานด้วย
  • มีโอกาสพบเจอกับผู้คนใหม่ ๆ คอยแลกเปลี่ยนความคิด คำปรึกษา ไอเดีย สร้างผลงานที่ดีขึ้นต่อองค์กร
  • องค์กรประหยัดต้นทุนการทำงานได้เหมือนกับช่วงที่อนุญาตพนักงาน WFH

บริษัทญี่ปุ่นเหมาะกับการทำงานแบบ Workation หรือไม่

มาถึงคำถามที่หลายคนสงสัยไม่ว่าจะเป็นคนที่ทำงานบริษัทญี่ปุ่นอยู่แล้ว หรือคนที่วางแผนอยากเข้าทำงานกับองค์กรของญี่ปุ่น ซึ่งถ้าจะบอกว่าบริษัทญี่ปุ่นเหมาะกับการทำงานสไตล์นี้หรือไม่ คงไม่สามารถยืนยันได้ 100% ทั้งความเหมาะสมและไม่เหมาะสม เหตุเพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมที่เกี่ยวข้องรอบตัวของพนักงานด้วย เช่น ถ้าคุณทำตำแหน่งบัญชี หรือเป็นพนักงานในโรงงานอุตสาหกรรม ก็คงไม่สามารถออกไปทำงานข้างนอกออฟฟิศได้ แต่อีกมุมหากคุณทำงานด้านกราฟิก การตลาดออนไลน์ ก็อาจทำงานแบบ Workation ภายใต้ข้อกำหนดที่องค์กรระบุเอาไว้ เป็นต้น

ข้อเสียของการทำงานแบบ Workation

เป็นเรื่องปกติที่ทุกอย่างเมื่อมีข้อดีก็ต้องมีข้อเสีย ซึ่งการทำงานแบบ Workation ไม่ว่าจะเป็นทำงานบริษัทญี่ปุ่น หรือองค์กรใด ก็อาจพบเจอกับข้อเสียได้ ดังนี้

  • ลักษณะนิสัยส่วนบุคคลของพนักงาน การขาดความรับผิดชอบ อาจทำให้งานขาดความต่อเนื่อง กระทบกับพนักงานฝ่ายอื่นไปจนถึงส่งผลเสียรุนแรงกับองค์กรได้
  • หากไปทำงานในสถานที่ติดต่อยาก สัญญาณอินเทอร์เน็ตไม่ดี สัญญาณโทรศัพท์เข้าไม่ถึงก็อาจส่งผลกระทบเวลาต้องพูดคุยงานหรือประชุมด่วนได้เช่นกัน
  • ฝั่งของพนักงานแม้คุณจะอยู่กับบริษัทญี่ปุ่นที่มีรายได้ดี แต่ถ้าเที่ยวเยอะเกินไปก็อาจทำให้เงินติดลบในบัญชีได้เช่นกัน
  • รู้สึกมีความรับผิดชอบมากกว่าการได้มาท่องเที่ยว ไม่สนุก ไม่มีความสุขอย่างที่คาดหวังเอาไว้ แถมยังทำงานลำบากในบางกรณี เช่น ต้องสั่งปริ้นท์เอกสาร

โดยสรุปแล้วการทำงานแบบ Workation หรือทำงานไป เที่ยวไป อาจเหมาะกับบางอาชีพ บางลักษณะงาน ต่อให้คุณทำงานบริษัทญี่ปุ่นหรือองค์กรชาติอื่นก็มีทั้งสามารถทำได้และทำไม่ได้ แต่เหนือสิ่งอื่นใดความรับผิดชอบต่อหน้าที่เป็นเรื่องสำคัญที่สุด ไม่ว่าจะอยู่สถานที่ไหนก็ต้องรู้จักวางแผนการทำงานให้ชัดเจน แล้วผลลัพธ์ที่ตามมาจะสร้างความน่าพึงพอใจต่อทุกฝ่าย ยิ่งถ้าเป็นบริษัทญี่ปุ่นด้วยแล้วโอกาสเติบโตในหน้าที่รวมถึงผลตอบแทนสูงไม่ใช่เรื่องไกลเกินจริงเลย

Other Articles