content
ปัจจัยที่มีผลทำให้อยากเปลี่ยนงานใหม่
- เบื่อความซ้ำซาก จำเจ ต้องการมองหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับชีวิต
- ไม่เข้ากับวัฒนธรรมองค์กร หรือวิธีปฏิบัติของบริษัทเดิม
- มีปัญหากับการทำงานในด้านต่าง ๆ เช่น เพื่อนร่วมงาน หัวหน้า อุปกรณ์เครื่องมือ ฯลฯ
- ความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง ต้องตื่นเช้า ใช้เวลาเดินทางนาน หรือต้องเลิกงานดึก
- รู้สึกว่ารายได้ ทั้งเรื่องของเงินเดือน คอมมิชชั่น ค่าโอที โบนัส เบี้ยเลี้ยง ไม่คุ้มค่ากับการทำงาน
- โอกาสเติบโตในสายงานหรือตำแหน่งของตนเองมีน้อยมาก
- อยากลองเปลี่ยนสายงานของตนเองไปทำในสิ่งใหม่ที่สนใจเป็นพิเศษ
เปลี่ยนงานใหม่อย่างไรให้มีโอกาสได้งานตามคาดหวัง
- ลิสต์รายชื่อบริษัทที่สนใจอยากร่วมงาน
ปกติเมื่อคุณวางแผนเปลี่ยนงานใหม่ต้องรู้อยู่แล้วว่าสนใจอยากสมัครตำแหน่งใด ซึ่งอาจตรงกับลักษณะงานเดิมหรือมีความใกล้เคียงกันก็ตาม ลองลิสต์รายชื่อบริษัทที่น่าสนใจ หรืออยากไปร่วมงานด้วยออกมาว่ามีองค์กรไหนที่จะตอบโจทย์กับตนเองในสิ่งที่คาดหวังได้บ้าง เช่น การมีรายได้เพิ่มขึ้น ลดระยะเวลาการเดินทาง ตำแหน่งสูงขึ้น เพื่อตัดชอยส์ที่ไม่ตรงสเปกออกเหลือไว้เฉพาะบริษัทที่ตรงกับสิ่งที่คาดหวังจริง ๆ
- ศึกษาข้อมูลต่าง ๆ ขององค์กรให้ละเอียด
ก่อนสมัครงานบริษัทที่ไหนก็ตามต้องศึกษาข้อมูลต่าง ๆ ขององค์กรอย่างละเอียดที่สุด ตั้งแต่เรื่องของวัฒนธรรมองค์กร รูปแบบการทำงาน ลักษณะงานหรือแนวโน้มที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเมื่อต้องร่วมงานด้วย ข้อมูลของหัวหน้างาน ผู้บริหาร ฯลฯ สิ่งเหล่านี้เป็นการเพิ่มความมั่นใจว่าคุณจะไม่ตัดสินใจผิดพลาดในการย้ายงานใหม่จนรู้สึกเสียเวลาและต้องหางานเพิ่มภายหลัง
- ประเมินรายได้ที่คาดว่าจะได้รับ
เรื่องรายได้เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องประเมินให้ดี ซึ่งในที่นี้ไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องของรายรับอย่างเดียวแต่ให้คำนวณกับรายจ่ายที่จะเกิดขึ้นเมื่อต้องไปทำงานที่ใหม่ด้วย บางครั้งเงินเดือนน้อยกว่าที่เดิม แต่ประหยัดค่าเดินทางมากกว่า ทำให้มีรายได้เหลือมากขึ้นก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจ หรือเมื่อประเมินโบนัส คอมมิชชั่น และรายได้อื่น ๆ รวมแล้วได้มากกว่าการรับจากที่เดิม แม้เงินเดือนต่อเดือนน้อยกว่าก็เป็นตัวเลือกที่รับไว้พิจารณาได้เช่นกัน
- ตำแหน่งงานตรงกับสิ่งที่คาดหวัง
ตำแหน่งงานเป็นอีกปัจจัยที่มองข้ามไม่ได้เด็ดขาด เพราะการเปลี่ยนงานใหม่ทั้งทีคุณต้องมั่นใจว่าตนเองสามารถทำงานเหล่านั้นได้โดยไม่ติดขัดปัญหา หรือมีตำแหน่งที่เหมาะกับทักษะ ความรู้ ประสบการณ์ เพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพของตนเองให้สูงขึ้นกว่าเดิม หรือกรณีที่ย้ายสายงานใหม่ ก็ต้องประเมินจากความเหมาะสม มั่นใจว่าสามารถทำได้จริงโดยไม่รู้สึกกดดัน เครียดมากเกินไป เพราะจะทำให้การทำงานมีปัญหาตามมาอีกเยอะมาก
- ปรึกษากับคนรอบข้างที่มีประสบการณ์
การขอคำปรึกษาจากคนรอบข้างที่เคยมีประสบการณ์ทั้งการย้ายงานใหม่ หรือเคยทำกับองค์กรดังกล่าวจะเป็นตัวช่วยชั้นดีที่ทำให้คุณประเมินได้ง่ายขึ้นว่าสรุปแล้วควรย้ายงานใหม่ดีหรือไม่? แต่ทั้งนี้ก็ไม่ใช่เหตุผลสรุปทั้งหมดเพราะแต่ละคนเจอประสบการณ์แตกต่างกันออกไป สามารถนำข้อมูลไว้ใช้เป็นไอเดียหรือแนวทางเพื่อคิดทบทวนอย่างเหมาะสม จะช่วยให้การปรับตัวเป็นเรื่องง่ายขึ้นด้วย
- จัดการกับ Resume ของตนเอง
แม้ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะสมัครงานบริษัทไหนดีก็ตาม แต่เรื่องของ Resume ต้องพร้อมที่จะยื่นให้กับทุกองค์กรตลอดเวลา เพราะไม่มีใครรู้ว่าวันไหนองค์กรอาจติดต่อเข้ามา หรือมีการเข้าไปดูโปรไฟล์ของคุณบนหน้าเว็บไซต์รับสมัครงาน ดังนั้นหากมีการวางแผนจะย้ายงานจริงสิ่งแรก ๆ ที่ควรทำคืออัปเดต Resume ของตนเองให้เป็นฉบับปัจจุบันมากที่สุด จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ได้งานเร็วขึ้นกว่าเดิม
- ลาออกแล้วค่อยหางาน หรือหางานค่อยลาออก
ประเด็นนี้เป็นสิ่งที่หลายคนพยายามตั้งคำถามกับตนเองอย่างมาก ซึ่งคำแนะนำที่อยากบอกคือ หากคุณไม่ได้เดือดร้อนเรื่องค่าใช้จ่าย มีการวางแผนล่วงหน้าชัดเจน บวกกับความรู้สึกไม่มีความสุขกับการทำงานเดิมแล้วสามารถลาออกได้ทันทีแม้ยังไม่มีงานรองรับ แต่ถ้าใครต้องมีรายได้ประจำเพราะมีค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนรออยู่ชัดเจน แนะนำให้อดทนทำงานเดิมก่อน เมื่อหางานใหม่ตามที่ตนเองตั้งเป้าหมายไว้เจอแล้วจึงค่อยทำเรื่องลาออกก็ไม่ได้เสียหายอะไร
FAQ: คำถามที่พบบ่อย
Q: ลาออกจากบริษัทเก่ายังไงไม่ให้มีปัญหา
A: ต้องมีการวางแผนล่วงหน้าและอย่าบอกเรื่องนี้กับใคร หากพร้อมแล้วจึงขอเข้าพบหัวหน้าเพื่อแจ้งเรื่องดังกล่าวพร้อมอธิบายเหตุผลที่เหมาะสม
Q: เปลี่ยนงานใหม่ ควรเรียกเงินเดือนเท่าไหร่?
A: ปกติแล้วควรเรียกเงินเดือนสูงกว่าเดิมประมาณ 10-20% ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ แต่ทั้งนี้ก็ต้องประเมินด้วยว่าบริษัทใหม่พร้อมจ่ายหรือไม่
Q: คน Gen Z เปลี่ยนงานบ่อยจริงไหม?
A: ไม่ใช่เรื่องจริงเสมอไป เพราะทุก Gen สามารถเปลี่ยนงานได้เพื่อเสริมประสบการณ์ให้ตนเอง และมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการทำงาน