ทริคการเขียนเรซูเม่ด้านประสบการณ์ทำงานให้เข้าตา HR บริษัทญี่ปุ่น

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการ “เขียนเรซูเม่” ถือเป็นปัจจัยสำคัญลำดับแรกที่จะทำให้บรรดาบริษัทต่าง ๆ มองเห็นภาพของคุณชัดเจนขึ้น ยิ่งเขียนดี มีความน่าสนใจมากเท่าไหร่โอกาสถูกเรียกสัมภาษณ์และรับเข้าทำงานย่อมสูงตามไปด้วย ซึ่งใครที่สนใจสมัครงานบริษัทญี่ปุ่น การรู้เทคนิคเขียนเรซูเม่สมัครงานในส่วนเนื้อหาประสบการณ์การทำงานที่ผ่านจะช่วยสร้าง Profile ให้น่าสนใจได้มากขึ้นกว่าเดิม ลองนำเอา 5 ทริคเหล่านี้ไปปรับใช้กันได้เลย


5 ทริคเขียนเรซูเม่ด้านประสบการณ์ให้เข้าตา HR เพื่อสมัครงานบริษัทญี่ปุ่น

  1. เน้นเรื่องที่ทำผลงานสำเร็จมาไว้ในลำดับต้น ๆ เสมอ

ทริคแรกสำหรับคนที่จะเขียนเรซูเม่สมัครงานส่วนของประสบการณ์ทำงานคงหนีไม่พ้นการโชว์ผลงานที่ผ่านมาของตนเองให้กับบรรดา HR เห็นว่ามีความเก่ง หรือคุณสมบัติเพียบพร้อมกับการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทมากน้อยแค่ไหน โดยให้เน้นผลงานที่ทำสำเร็จเป็นรูปธรรมมาไว้ในลำดับแรก ๆ เช่น การเป็น Top Sale ของบริษัทติดต่อกัน 2 ปี, การเปิดตลาดใหม่ในต่างประเทศ ฯลฯ ทั้งนี้ต้องเป็นผลงานที่สามารถตรวจสอบหรือมีข้อยืนยันได้จริง เช่น รูปถ่ายรางวัล หรือรูปถ่ายผลงานของตนเองแนบมาใน Portfolio ด้วย

  1. ใส่ผลงานที่มีชื่อเสียงหรือทำร่วมกับบริษัทดัง

ประสบการณ์ทำงานของแต่ละคนย่อมต่างกันตามหน้าที่และความรับผิดชอบ หากคุณเคยมีผลงานร่วมทำกับบริษัทดัง ๆ หรือผลงานที่มีชื่อเสียง เช่น ผู้ควบคุมการจัดอีเวนต์แสดงสินค้าระดับประเทศของเมืองไทย, เป็นหัวหน้าทีมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับบริษัทขนมยักษ์ใหญ่ของประเทศ (ระบุชื่อบริษัท) ฯลฯ ต้องเขียนใส่ลงมาให้กับ HR เห็น เพราะบริษัทดัง ๆ เหล่านั้นจะช่วยเป็น Background ด้านการทำงานชั้นดีให้กับคุณ ช่วยเพิ่มโอกาสสมัครงานบริษัทญี่ปุ่นผ่านฉลุยยิ่งกว่าเดิม

  1. เขียนประสบการณ์พื้นฐานทั่วไปที่คุณภูมิใจ

เข้าใจดีว่าบางคนก็อาจไม่ได้มีประสบการณ์ทำงานมากมาย หรือยังไม่เคยทำโปรเจกต์ใหญ่ ๆ มาก่อน แต่นั่นไม่ใช่เรื่องน่ากังวล เพราะอีกเทคนิคในการเขียนเรซูเม่ที่ดีเพื่อยื่นให้กับ HR บริษัทญี่ปุ่นคือ การใส่ประสบการณ์พื้นฐานของเนื้องานที่คุณกำลังทำอยู่ลงไปด้วย ระบุหน้าที่หลักให้ชัดเจนว่าทำอะไรบ้าง เช่น รับผิดชอบเขตการขายพื้นที่ภาคกลาง, ดูแลลูกค้ากลุ่มบริษัท, ดูแลระบบภาษีบัญชี ฯลฯ ทั้งนี้อย่าลืมอธิบายรายละเอียดที่น่าสนใจเข้าไป (ถ้ามี) ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสพิจารณารับเข้าทำงานได้ไม่น้อยเลย เพราะบางครั้งบริษัทก็ไม่ได้ต้องการรับคนเก่งแต่อยากได้คนมีทักษะแน่น ๆ เป็นทีมซัพพอร์ตชั้นยอด

  1. ไม่ควรมีช่องว่างช่วงเวลาทำงานที่หายไป

แม้หลายคนรู้ดีว่าการสมัครงานบริษัทญี่ปุ่นบางแห่งจะไม่ค่อยชอบผู้สมัครที่มักเปลี่ยนงานบ่อย ๆ อย่างไรก็ตามในการเขียนเรซูเม่ที่ดีก็ไม่ควรมีช่องว่างช่วงเวลาทำงานหายไปด้วย เช่น ระหว่างเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2021 ไม่ได้ระบุบริษัทที่ทำงานด้วย แล้วข้ามไปเดือนมิถุนายน 2021 เลย ตรงนี้แม้ไม่เขียนไว้ HR ก็ต้องถามอยู่ดี ดังนั้นแม้เป็นช่วงสั้น ๆ ทำงานแค่ 3 เดือน 6 เดือน กับบริษัทนั้น ๆ แล้วออกก็ต้องเขียนลงไปพร้อมระบุเหตุผลให้ชัดถึงการเหตุผลลาออก เช่น หมดสัญญาจ้าง, ความยากลำบากในการเดินทาง ฯลฯ ทั้งนี้ไม่ควรเป็นเหตุผลที่ทำให้องค์กรเสียหายด้วย

  1. เด็กจบใหม่ ใส่ประสบการณ์ฝึกงานและผลงานตอนเรียนได้เลย

ส่วนน้อง ๆ ที่พึ่งจบใหม่อยากเขียนเรซูเม่สมัครงานเพื่อเป็นส่วนหนึ่งกับบริษัทญี่ปุ่น แต่ยังไม่เคยทำงานที่ใดมาก่อนเรื่องนี้ไม่ต้องห่วงเช่นกัน เพราะสามารถเขียนประสบการณ์เมื่อครั้งตนเองฝึกงานลงไปได้เลย ฝึกบริษัทไหน ตำแหน่งใด รวมถึงการเขียนอาชีพเสริม อาชีพพาร์ทไทม์ และผลงานเด่น ๆ สมัยเรียน เช่น การคว้ารางวัลวางแผนการตลาดยอดเยี่ยม, ชนะการแข่งขันออกแบบบรรจุภัณฑ์, เคยมีส่วนร่วมแข่งขันประกวดแผนธุรกิจระดับประเทศ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ HR พิจารณาง่ายขึ้นและเพิ่มโอกาสเข้าทำงานตามที่ตนเองคาดหวังเอาไว้


ทั้งหมดนี้ถือเป็น 5 ทริคการเขียนเรซูเม่ในหัวข้อประสบการณ์การทำงาน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนอยากสมัครงานบริษัทญี่ปุ่น แต่เหนือสิ่งอื่นใดต้องไม่ลืมจัดเรียงเนื้อหาให้สวยงาม เหมาะสม ใช้ภาษาสละสลวย สะกดถูกต้อง พร้อมทั้งมีประวัติส่วนตัวเรื่องอื่น ๆ ครบถ้วน เพราะภาพรวมทั้งหมดของการเขียนเรซูเม่สมัครงานที่ดีย่อมเป็นใบเบิกทางสำหรับการรับเข้าทำงานในอนาคต

Other Articles

PDPA Icon

We use cookies to improve the performance and experience of using our website. You can find more details at Privacy Policy and manage your privacy settings by clicking Settings

Privacy Preferences

You can choose your cookie settings by enabling/disabling cookies for each category as needed, except for necessary cookies.

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save