content
เช็กลิสต์ 8 ข้อดีของการเป็นพนักงานออฟฟิศ มีดีมากกว่าที่คิด
- ได้รับเงินเดือนแน่นอนในทุกเดือน
ข้อดีแรกเมื่อคุณเลือกอาชีพพนักงานออฟฟิศสิ่งที่เกิดขึ้นแบบชัดเจนคือเรื่องของการได้รับเงินเดือน หรือมีรายได้แน่นอนทุกเดือน ไม่ว่าจะจำนวนเท่าไหร่ก็ตาม ข้อดีในเรื่องนี้ช่วยให้คุณสามารถวางแผนอนาคต วางแผนการทำบัญชีรายรับ – รายจ่ายของตนเอง ประเมินสถานะทางการเงินเพื่อให้สามารถบริหารจัดการได้อย่างไม่ขัดสน อย่างน้อยที่สุดทุกเดือนก็ยังมีรายรับเข้ามา ดีกว่าการเป็นฟรีแลนซ์ซึ่งรายได้ไม่แน่นอนในแต่ละเดือน
- สวัสดิการพื้นฐานที่บริษัทมีให้
สิ่งต่อมาที่คุณจะได้รับเมื่อเลือกทำงานออฟฟิศต้องยกให้กับสวัสดิการพื้นฐานต่าง ๆ ที่บริษัทต้องมอบให้ตามกฎหมาย เช่น การจ่ายประกันสังคม สิทธิ์การลาทั้งการลาป่วย ลากิจ ลาพักร้อน การมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เบี้ยเลี้ยง หรือบางบริษัทยังเพิ่มสวัสดิการอื่นเพื่อช่วยเหลือพนักงาน เช่น ประกันอุบัติเหตุกลุ่ม ประกันสุขภาพกลุ่ม งานจัดเลี้ยง งานสัมมนาประจำปี ฯลฯ หรือบางตำแหน่งอย่างพนักงาน หัวหน้าสาขา ก็อาจมีรถประจำตำแหน่งให้ใช้งานด้วย
- โบนัสคือสิ่งที่พนักงานมีโอกาสได้รับ
หากคุณเป็นฟรีแลนซ์หรือเริ่มทำธุรกิจของตนเองนี่คือสิ่งที่จะไม่เกิดขึ้นในชีวิตการทำงานอย่างแน่นอน แต่กลับกันหากทำงานบริษัท อยู่กับองค์กรที่ดูแลตามมาตรฐานของธุรกิจทั่วไป ทุกสิ้นปีสิ่งที่คุณจะมีโอกาสได้รับนั่นคือ “โบนัส” ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นเรื่องพื้นฐานของการทำงานไปแล้ว ดังนั้นเด็กจบใหม่หางานทุกคนอยากให้มองถึงเรื่องนี้ด้วย เพราะโบนัสคือรายได้พิเศษที่พนักงานได้รับเพิ่มขึ้นในแต่ละปี บางคนผลงานดีโบนัสที่ได้ก็คุ้มค่ามาก
- รายได้มั่นคงเมื่อเทียบกับอาชีพอื่น
แม้หลายคนอาจมองว่าการเป็นพนักงานออฟฟิศก็มีความเสี่ยงหากช่วงดังกล่าวเศรษฐกิจไม่ดี หรือมีปัญหากับที่ทำงานจนต้องลาออก แต่อยากให้มองมุมของอาชีพอื่น ๆ ที่ไม่ได้มีความแน่นอนทางรายได้ เช่น ฟรีแลนซ์ พ่อค้าแม่ค้า หรือแม้แต่การทำธุรกิจก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่าพนักงานบริษัทอย่างน้อยเรื่องของเงินเดือนย่อมมีความมั่นคงมากกว่า ซึ่งเป็นพื้นฐานในการใช้ชีวิตย่างมีคุณภาพ หรืออย่างน้อยที่สุดหากวันไหนคุณป่วย มีธุระ ก็ยังคงได้รับเงินเดือนตามปกติหากใช้สิทธิ์ลาตามข้อกำหนดของบริษัทอย่างถูกต้อง
- กำหนดตารางชีวิตได้ง่าย
นี่อาจเป็นสิ่งที่หลายคนมองข้ามแต่จริง ๆ แล้วการทำงานออฟฟิศคุณสามารถกำหนดตารางชีวิตของตนเองได้ง่ายมาก เพราะมี Routine ในแต่ละวันชัดเจนว่าต้องทำงานกี่โมง หรือแม้การทำงานเป็นกะก็ยังมีระบุว่าวันไหนเริ่มงาน เลิกงานกี่โมง รวมถึงหากคุณวางแผนถึงวันหยุดยาว เช่น การไปเที่ยว การทำธุระ ก็ยังบริหารจัดการได้ง่าย ไม่ต้องวุ่นวายกับการต้องมาคุยกับลูกค้า ปรึกษางานกับเพื่อนร่วมงาน หรือคอยรับผิดชอบตลอดเวลาเมื่อเทียบกับการเป็นเจ้าของธุรกิจ
- เพิ่มโอกาสในการเรียนรู้
เด็กจบใหม่หางานอาจมองว่าเมื่อเข้าสู่การเป็นพนักงานบริษัทแล้วต้องทำงานแบบเดิมซ้ำ ๆ แต่ถ้าลองประเมินอย่างละเอียดขึ้นทุกองค์กรย่อมคาดหวังให้พนักงานพัฒนาศักยภาพของตนเองมากขึ้นในทุกด้านโดยเฉพาะกับสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ การเรียนรู้จึงไม่ได้หยุดแค่เรื่องของงานที่ทำในทุกวัน แต่คุณยังเพิ่มประสบการณ์ ทักษะทั้งงานในตำแหน่งใกล้เคียงกัน เรียนรู้การสร้างมนุษยสัมพันธ์ที่ดี หรือบ่อยครั้งบริษัทมักส่งไปอบรม สัมมนา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความรู้ให้งอกเงย ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ติดตัวคุณไปตลอดชีวิต
- ความเครียดยังน้อยกว่าการเป็นเจ้าของธุรกิจ
หากลองเทียบให้เห็นภาพกันแบบชัดเจนจะพบว่าการเลือกทำธุรกิจส่วนตัวไม่ใช่เรื่องง่าย บ่อยครั้งมีสิ่งที่ต้องคอยคิด แก้ไข จัดการปัญหาอยู่ตลอด ในสมองมักมีแต่เรื่องของงานแบบไม่หยุดหย่อนจนกลายเป็นความเครียดสะสมแบบที่คุณไม่รู้ตัว ขณะที่พนักงานออฟฟิศแม้มีเรื่องต้องเครียดกับงาน (ซึ่งเป็นปกติเมื่อคุณต้องรับผิดชอบในหน้าที่) แต่พองานจบทุกอย่างก็เคลียร์ หรือถ้าอย่างแย่สุดอาจเลือกหางานใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องผิด ความกดดันจึงแตกต่างกันเยอะมาก และการทำงานออฟฟิศย่อมสบายใจกว่า
- มีโอกาสสร้าง Connection ได้มากขึ้น
การทำงานในบริษัทย่อมมีโอกาสพบเจอผู้คนมากมาย นั่นหมายถึงการสร้าง Connection เพื่อโอกาสต่อยอดในอนาคต การพบปะพูดคุย ได้รู้จักคนใหม่ ๆ ไม่ใช่แค่การสร้างความสัมพันธ์แต่คุณอาจเจอกับคนที่เก่ง ได้เรียนรู้ทักษะการทำงาน การใช้ชีวิต เจอคนที่คอยให้คำแนะนำดี ๆ ไปจนถึงการรู้จักกับพันธมิตรที่ทำให้ได้ย้ายไปทำงานกับองค์กรขนาดใหญ่ รายได้เพิ่มขึ้น หรือการทำธุรกิจร่วมกันในอนาคต นี่คือสิ่งที่ล้ำค่าและอยากบอกเด็กจบใหม่หางานทุกคน