content
อัปเดตเทรนด์การทำงาน 2569 มีอะไรน่าสนใจบ้าง
- AI ยังไม่เก่งทัดเทียมเท่ากับมนุษย์ในหลายเรื่อง
แม้ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา AI จะมีบทบาทต่อการใช้ชีวิตและการทำงานอย่างมาก องค์กรบางแห่งถึงขนาดลดจำนวนพนักงานเพื่อใช้ AI เข้ามาแทนที่เพื่อลดต้นทุน แต่อย่าพึ่งตกใจหรือคิดมากเกินไป เพราะเทรนด์การทำงาน 2569 มนุษย์ยังคงมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนให้ธุรกิจเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง บวกกับการนำ AI เข้ามาเป็นผู้ช่วยเพื่อสร้างผลัพธ์อันน่าพึงพอใจมากกว่าเดิม ตัวอย่างงานที่มนุษย์ยังต้องเป็นผู้ลงมือ เช่น การตรวจสอบบัญชี พนักงานขาย พนักงาน Call Center แม้ AI จะช่วยได้บางส่วนแต่สุดท้ายก็ยังต้องมีการใช้ทักษะ ความรู้ของบุคคลเข้ามาสร้างความถูกต้องและยืนยันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ให้ความสำคัญกับสุขภาพจิต
ทุกวันนี้ลองสอบถามพนักงานบริษัทหลายคนสิ่งที่มักพบเจอเหมือนกันคือเรื่องความเครียด ความกดดัน หลายคนต้องพบจิตแพทย์ ขณะที่อีกจำนวนไม่น้อยป่วยด้วยโรคจิตเวช เช่น ซึมเศร้า วิตกกังวล ย้ำคิดย้ำทำ สาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากภาวะรอบตัวที่ทุกคนได้รับมาต่อเนื่อง การให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพจิตจึงถูกนำมาเป็นเทรนด์ที่ทุกคนต้องรู้ไว้ ไม่ใช่แค่สบายใจหรือมีความสุขชั่วขณะ แต่ต้องเปลี่ยนแนวคิดให้ตนเองลดความคิดเรื่องงานออกไปบ้าง พยายามหาสิ่งที่ชอบทำอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้การทำงานในทุกวันมีความสุขมากกว่าเดิม
- การทำงานแบบ Hybrid
นับตั้งแต่สถานการณ์โรคระบาดจางหายลงหลายปีแต่ก็มีหลายองค์กรเลือกให้พนักงานทำงานแบบ Hybrid เช่น การทำงานบริษัทญี่ปุ่นบางแห่งพนักงานเลือกเข้าออฟฟิศได้สัปดาห์ละ 3 วัน บางแห่งให้ทำแบบ Work From Home หากไม่มีเรื่องเร่งด่วนไม่ต้องเข้าบริษัทก็ได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์กับคนยุคใหม่อย่างยิ่ง ไม่ต้องมีกรอบมาคอยกีดกั้นแต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็ตรงตามวัตถุประสงค์หรือบางทีอาจเกินกว่าที่คาดหวังเอาไว้ด้วยซ้ำ ด้านองค์กรเองก็ช่วยประหยัดต้นทุนลงได้เยอะมาก ไม่แปลกหากปี 2026 เทรนด์นี้ก็ยังคงเดินไปแบบต่อเนื่อง
- พนักงานมีสิทธิ์มากขึ้น
ด้วยโลกที่มีการเข้าถึงสื่อง่ายมากเมื่อไหร่ก็ตามที่ใครเจอความไม่เป็นธรรมโดยเฉพาะด้านการทำงาน พนักงานก็มีสิทธิ์ในการแสดงออกถึงความไม่พอใจมากขึ้น อย่างไรก็ตามต้องประเมินความเหมาะสมและพิจารณาดีแล้วว่าการจะทำสิ่งใดต้องเกิดจากตนเองเสียเปรียบ เพราะนั่นอาจส่งผลต่ออนาคตการทำงานของคุณได้เช่นกัน ซึ่งคำว่าสิทธิ์ในที่นี้ยังหมายถึงการร้องเรียนออกสื่อหรือคนกลางหากมีการปฏิบัติไม่เป็นธรรม ถือว่านี่คือเทรนด์การทำงาน 2569 ที่ทุกฝ่ายต้องอาศัยความสามัคคีเพื่อเดินไปตามเป้าหมายที่คาดหวังไว้ร่วมกัน
- การมีรายได้หลายช่องทาง
เข้าใจดีว่าอาชีพหลักของการเป็นพนักงานบริษัทต้องรับผิดชอบให้ดีที่สุด แต่ถ้าลองมองดูค่าครองชีพยุคนี้โดยเฉพาะในเมืองหลวงการมีอาชีพเดียวหรือรายได้ทางเดียวอาจไม่เพียงพอต่อตนเองและครอบครัว จึงสังเกตว่าหลายคนมักทำอาชีพเสริม อาชีพรองหลังเลิกงาน ไปจนถึงการทำในช่วงเวลาว่างผ่านออนไลน์ ข้อดีคือยุคนี้การหาเงินพิเศษ หารายได้เสริมไม่ยาก แต่อีกมุมหนึ่งคุณเองก็ต้องไม่เสียงานหลักที่ต้องรับผิดชอบด้วยเช่นกัน ไม่อย่างนั้นอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ประจำ
- กล้าเรียนรู้กับสิ่งใหม่ ๆ
เมื่อโลกพัฒนาอย่างต่อเนื่องบวกกับการเข้ามาของ AI จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าบางตำแหน่งก็มีโอกาสถูกถอดออกได้ เช่น หากคุณทำงานบริษัทญี่ปุ่นในตำแหน่งนักแปล แต่ผลงานไม่ค่อยดีบริษัทก็อาจพิจารณาไว้เฉพาะคนที่ทำงานเข้าเป้า ตรงกับวัตถุประสงค์ หรือมีคะแนน KPI ตามเกณฑ์ที่กำหนด ด้วยเหตุนี้การหมั่นเรียนรู้สิ่งใหม่อยู่เสมอจะช่วยพัฒนาศักยภาพและเพิ่มโอกาสการทำงานของตนเองให้มากขึ้น ไม่ต้องกังวลการตกงานให้ต้องปวดหัว
- หาเวลาพักผ่อนให้ตนเอง
เทรนด์สุดท้ายเมื่องานคือหน้าที่อันยิ่งใหญ่แต่คนยุคใหม่ก็ต้องไม่ลืมหาเวลาพักผ่อนให้ตนเองด้วย เพราะท้ายที่สุดเรื่องของสุขภาพคือหัวใจสำคัญที่จะทำให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข ลองมองหากิจกรรมที่ชอบ หาเวลาผ่อนคลายสมอง ไม่ต้องเครียดกับสิ่งรอบตัว ไม่ต้องแบกภาระไว้ทั้งหมด เมื่อร่างกายและจิตใจดีการทำงานย่อมออกมาดีตามไปด้วย ไม่เหนื่อย เครียด ท้อ เหมือนกับหลายปีก่อนหน้า
ต้องยอมรับว่าเทรนด์การทำงาน 2026 มีการพัฒนาและเปลี่ยนไปจากเดิมแบบก้าวกระโดดมาก ยิ่งเมื่อรวมกับการเข้ามาของ AI เต็มรูปแบบ อย่างไรก็ตามพนักงานบริษัททุกคนไม่ว่าคุณจะทำงานบริษัทญี่ปุ่นหรือองค์กรใดอย่าพึ่งคิดมาก เพียงแค่ต้องปรับตัวเองให้พร้อมสำหรับสิ่งใหม่ เพราะโลกทุกวันนี้เติบโตแบบไม่มีหยุด หากคุณไม่อยากช้าอยู่คนเดียวก็เริ่มตั้งแต่วันนี้ได้เลย