content
ปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อสุขภาพในการทำงานบริษัทญี่ปุ่น
ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าปัจจัยเสี่ยงที่จะถูกถึงต่อไปนี้ไม่ใช่แค่การทำงานบริษัทญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังหมายถึงทุกองค์กร หน่วยงาน ซึ่งทุกคนมีโอกาสพบเจอได้หากไม่ได้ใส่ใจดูแลตัวเอง ลองมาไล่เช็กลิสต์กันเลยว่ามีเรื่องไหนบ้าง
- การนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็นเวลานานโดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ หรือปรับท่าทางการทำงานของตนเอง
- เกิดความเครียดเมื่อต้องเจอกับปัญหา อุปสรรคต่าง ๆ ระหว่างการทำงาน ซึ่งอย่างที่รู้กันว่าบริษัทญี่ปุ่นมีความกดดันสูงอยู่แล้ว
- การพบเจอกับมลพิษในโรงงาน เช่น กลิ่นสารเคมี กลิ่นไม่พึงประสงค์ สัมผัสกับสารเคมีทั้งทางตรงและทางอ้อม มลพิษทางเสียง เป็นต้น
- ทำงานติดต่อกันหลายชั่วโมงโดยไม่ได้มีการพักผ่อนอย่างเพียงพอหรือต้องทำงานเป็นกะ นอนไม่เป็นเวลา
- การทานอาหารไม่ค่อยดีต่อสุขภาพ เช่น อาหาร Fast Food ปาร์ตี้บ่อย ขนม-เครื่องดื่มรสชาติหวาน
ปัจจัยเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่อาจทำให้มนุษย์ออฟฟิศและคนทำงานเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย ซึ่งแต่ละคนยังอาจมีปัจจัยด้านอื่นเป็นตัวกระตุ้นเสริมได้ การเริ่มต้นดูแลสุขภาพจึงเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจกับตัวเองตั้งแต่วันนี้ทันที
แม้ทำงานบริษัทญี่ปุ่นก็สามารถดูแลสุขภาพควบคู่กันได้
ไม่ว่าคุณจะทำงานบริษัทญี่ปุ่นหรือองค์กรใดก็ตาม การดูแลตัวเองคือสิ่งสำคัญมากเพราะท้ายที่สุดแล้วหากคนเรามีสุขภาพดี การทำงาน การใช้ชีวิตต่าง ๆ ย่อมดีตามไปด้วย ใครเป็นมนุษย์เงินเดือนทั้งบริษัทญี่ปุ่นและทุกบริษัทลองทำตามคำแนะนำเหล่านี้เพื่อการมีร่างกายที่แข็งแรงได้เลย
- เลือกอุปกรณ์การทำงานที่ดีต่อสุขภาพ
ลำดับแรกของการดูแลสุขภาพตนเองขณะทำงานต้องเริ่มจากการมีอุปกรณ์หรือตัวช่วยต่าง ๆ ที่ส่งผลดีต่อร่างกายของตนเอง เช่น หากเป็นพนักงานออฟฟิศควรเลือกเก้าอี้ปรับระดับได้ ซึ่งเป็นเก้าอี้สุขภาพช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคออฟฟิศซินโดรม หรืออุปกรณ์ทำงานอื่น ๆ เช่น แว่นป้องกันแสงสีฟ้า ขณะที่พนักงานโรงงานก็อาจเลือกไอเทมอย่างหูฟังครอบปิดหูเมื่อต้องอยู่กับเสียงดังนาน ๆ หน้ากากอนามัยแบบป้องกันฝุ่น ลดการสูดดมสารเคมี แว่นตาป้องกัน เป็นต้น
- หาเวลาขยับร่างกายอย่างสม่ำเสมอ
โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ทำงานบริษัทญี่ปุ่นประเภทออฟฟิศซึ่งมักนั่งอยู่หน้าจอคอมทั้งวัน หมั่นหาเวลาขยับร่างกายเพื่อช่วยให้เกิดการเคลื่อนไหว ไม่อยู่ท่าเดิมติดต่อกันนาน ๆ เช่น อาจลุกไปเข้าห้องน้ำ เติมน้ำดื่ม หรือกรณีไปทำธุระต่างชั้นกัน 1-2 ชั้น อาจเลือกเดินขึ้น-ลงบันไดแทนการใช้ลิฟต์ เหนือสิ่งอื่นใดอยากให้ลองหาเวลาออกกำลังกายบ้าง เช่น การเดินเร็ว การวิ่ง หรือเข้าฟิตเนส
- เลือกทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น
เข้าใจดีว่าบริษัทญี่ปุ่นนอกจากทำงานหนักแล้วยังมักปาร์ตี้หนักด้วย แต่ถ้าคุณอยากหันมาใส่ใจสุขภาพการเลือกทานอาหารที่ดีเป็นอีกหัวใจสำคัญและมองข้ามไม่ได้เด็ดขาด ลองเปลี่ยนจากอาหาร Fast Food อาหารเร่งด่วนในทุกมื้อเป็นอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนโดยเฉพาะผัก ผลไม้รสไม่หวาน เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ลดอาหารทอด ของมัน ลดการทานหรือดื่มของหวานให้น้อยลง ลดการออกไปปาร์ตี้หลังเลิกงาน มั่นใจเลยว่าแค่ปรับพฤติกรรมการทานก็มีสุขภาพดีได้จริง
- หาเวลาผ่อนคลายให้กับสมองและชีวิตบ้าง
ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าการทำงานบริษัทญี่ปุ่นมีความเครียด ความกดดันสูง แต่ต้องย้ำเตือนตนเองเสมอ การทำงานไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต หาเวลาผ่อนคลาย ลดความเครียด ด้วยการทำสิ่งที่ตนเองชอบดูบ้าง เช่น การออกไปท่องเที่ยว การดูซีรี่ย์ การเล่นกีฬา การทำสวน ปลูกต้นไม้ เล่นบอร์ดเกม เล่นเกม ฯลฯ เมื่อสมองได้ลดการคิดจากเรื่องชวนน่าปวดหัวคุณจะรู้สึกสดชื่นมากขึ้นแน่นอน
- ใส่ใจสุขภาพองค์รวมให้มากขึ้น
คำว่าการดูแลตัวเองที่ดีที่สุดคือต้องใส่ใจกับสุขภาพองค์รวม เช่น การตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งส่วนใหญ่บริษัทญี่ปุ่นมักมีสวัสดิการพื้นฐานตรงจุดนี้ให้อยู่แล้ว อย่าเสียสิทธิ์ของตนเอง หากเจอความผิดปกติใด ๆ ต้องรีบรักษาทันทีห้ามปล่อยเอาไว้จนเรื้อรังหรือลุกลาม การทานอาหารเสริมที่ดีต่อสุขภาพ (เน้นย้ำว่าเป็นยี่ห้อน่าเชื่อถือ ได้มาตรฐานเท่านั้น) เป็นต้นเมื่อการใส่ใจสุขภาพทั้งหมดเกิดขึ้นร่างกายจะตอบแทนคุณด้วยสิ่งดี ๆ กลับมาอย่างแน่นอน
การดูแลตัวเองเป็นสิ่งสำคัญมากไม่ว่าคุณจะทำงานบริษัทญี่ปุ่นหรือองค์กรใดก็ตาม เพราะท้ายที่สุดคนที่ต้องอยู่กับตนเองตลอดชีวิตก็คือตัวเรา หากบริษัทมีสวัสดิการอะไรที่เหมาะสม คุ้มค่ากับสุขภาพแนะนำให้เข้าร่วมหรือรับสิทธิ์ดังกล่าวไว้เลยไม่ต้องคิดมาก ซึ่งจุดเด่นอย่างหนึ่งของบริษัทญี่ปุ่นคือพวกเขามักมอบสวัสดิการให้กับพนักงานทุกคนแบบครบครัน เมื่อสุขภาพดี การทำงาน การใช้ชีวิตทุกอย่างย่อมดีตามไปด้วย มีความสุขทั้งกายและใจ