content
- Generation Gap คือ ช่องว่างของคนต่างช่วงวัย ซึ่งเกิดจากความแตกต่างด้านแนวคิด ค่านิยม ประสบการณ์ และรูปแบบการทำงาน
- คนแต่ละ Generation มีจุดเด่นต่างกัน เช่น Gen X มีความอดทนและประสบการณ์ Gen Y ปรับตัวได้ดี และ Gen Z มีความคิดสร้างสรรค์และใช้เทคโนโลยีได้คล่อง
- การลดช่องว่างของ Gen Gap ในการทำงานบริษัทควรเริ่มจากการยอมรับความแตกต่าง สื่อสารอย่างมีเหตุผล รับฟัง และทำงานเป็นทีมโดยมุ่งเน้นผลลัพธ์ร่วมกัน
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาสิ่งที่ถูกพูดถึงบนโลกการทำงานบริษัทมักเกี่ยวข้องกับ “Generation Gap” หรือ ช่องว่างระหว่างช่วงวัย ซึ่งหลายองค์กรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ไม่แพ้ทักษะ ความรู้ หรือประสบการณ์ทำงานกันเลยทีเดียว เหตุเพราะคนแต่ละวัยก็มีจุดเด่นและจุดปรับปรุงแตกต่างกันออกไป เมื่อเกิดช่องว่างของ Gen Gap ขึ้นในองค์กร ไม่ว่าคุณจะอยู่ในตำแหน่งใดก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดต้องวางแผนพร้อมบริหารจัดการตนเองร่วมกับคนรอบข้างเพื่อให้การทำงานราบรื่น มีประสิทธิภาพ ไม่สร้างภาระหรือความลำบากใจกับเพื่อนร่วมงานคนอื่น
Generation Gap คืออะไร?
Generation Gap คือ ช่องว่างระหว่างวัยที่มาจากช่วงเวลาแห่งการเติบโตของคนในแต่ละช่วงอายุ ส่งผลให้อาจมีแนวคิด ความเข้าใจ รูปแบบการตัดสินใจ แตกต่างกัน ซึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิด Gen Gap เป็นได้ทั้งสภาพสังคม ทัศนคติ การสื่อสาร ค่านิยม หรือความคุ้นชินที่คนในแต่ละวัยเติบโตจนถูกบ่มเพาะสู่การเป็นส่วนหนึ่งของตัวตน เมื่อมีโอกาสได้ทำงานบริษัทร่วมกันจึงมักพบว่าความแตกต่างดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
Generation Gap ในแต่ละช่วงวัย เป็นอย่างไรบ้าง
หากนับภาพรวมเฉพาะกลุ่มคนที่ยังต้องทำงานบริษัทในปัจจุบันจะมี Generation Gap ตั้งแต่ระดับ Gen X, Gen Y และ Gen Z ซึ่งความแตกต่างของ Gen Gap ส่งผลให้คนในแต่ละวัยมีลักษณะนิสัยด้านการทำงาน ดังนี้
- การทำงานของคน Gen X
เติบโตมาในยุคที่ต้องสร้างตนเองเพื่อให้เกิดความมั่นคงในชีวิต รูปแบบการทำงานของคน Gen X จึงเน้นงานที่มีความมั่นคงมากกว่าเรื่องของตัวเลขผลตอบแทน สามารถทำงานกับบริษัทต่าง ๆ ได้ยาวนานหลายปี ไม่ค่อยชำนาญด้านเทคโนโลยี บ่อยครั้งอาจยึดติดกับความคิดเดิม ๆ แต่ก็พร้อมรับฟังแนวทางจากคนรุ่นใหม่ แต่อาจปรับตัวได้ไม่เด่นชัดมากนัก ขยัน อดทน ต่อสู้งาน
- การทำงานของคน Gen Y
เป็นยุคที่อยู่ในช่วงระหว่างโลกยุค Analog และกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Digital คน Gen Y จึงยังคงปรับเปลี่ยนตนเองตามยุคสมัยได้อย่างดี แต่อีกมุมหนึ่งของการทำงานก็อาจมีทัศนคติใกล้เคียงคน Gen X เช่น มองภาพรวมขององค์กรมากกว่าตนเอง การให้ความสำคัญกับงานจนอาจขาดบาลานซ์ในชีวิต แต่อีกด้านหนึ่งก็มีหลายคนปรับตัวเข้ากับความแตกต่างและยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นในการทำงานได้ดี
- การทำงานของคน Gen Z
เป็นกลุ่มที่เติบโตมาในยุคมีเทคโนโลยีเด่นชัดพัฒนาแบบก้าวกระโดด จึงรู้สึกถึงความสะดวกสบาย การทำงานต่าง ๆ มักเน้นความรวดเร็ว เป็นตัวเอง ไม่ชอบการบีบบังคับ มักทำงานตามสไตล์ที่ตนเองสนใจ อาจถูกมองจากคนรุ่นก่อนว่ามีความดื้อ หัวรั้นเล็ก ๆ แต่ภาพรวมทำงานร่วมกับเทคโนโลยีได้ดี มีแนวคิดสร้างสรรค์ ทันสมัย เป็นอีกหัวใจสำคัญในการเติบโตขององค์กร
แนวทางการปรับตัวของทุก Generation Gap ในองค์กร
เป็นเรื่องปกติที่คนต่างช่วงวัย มี Generation Gap คนละช่วงเวลา เมื่อต้องมาทำงานร่วมกันอาจพบความแตกต่าง ขัดแย้ง หรือไม่ค่อยเห็นด้วย แต่เมื่อการทำงานบริษัทยังต้องอาศัยคนจำนวนมาก มีหลากหลายวัย คนธรรมดา พนักงานองค์กรคนหนึ่งคงไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากปรับตัวเองให้เข้าใจความแตกต่างดังกล่าว รวมถึงมองเห็น Gen Gap ที่ต่างกัน ดังนี้
- ยอมรับความเป็นตัวตนของแต่ละ Gen
อย่างที่เกริ่นไว้ว่าคนแต่ละช่วงวัยเติบโตมาด้วยปัจจัยแวดล้อมแตกต่างกัน การใช้ชีวิตร่วมกับคนหลาย Gen จึงต้องสามารถยอมรับความเป็นตัวตนของวัยต่าง ๆ ในออฟฟิศ เข้าใจหลักแนวคิด ไม่ตัดสินทั้งหมดจากภาพที่ตนเองแค่รู้สึก เพราะแต่ละ Generation Gap ก็มักมีความพิเศษในตนเองที่คนอื่นคาดไม่ถึง
- ตั้งใจสื่อสาร รับฟัง และโต้ตอบอย่างมีเหตุผล
เป็นเรื่องธรรมดาที่คนวัยต่าง ๆ อาจมีทัศนคติ แนวคิดไม่ตรงกัน แต่เมื่อต้องการปรับตัวให้ช่องว่างของแต่ละ Gen Gap ลดลง ก็ต้องพยายามตั้งใจสื่อสาร รับฟัง และตอบโต้กลับด้วยความสุภาพ มีเหตุผล คล้ายกับการดีเบต แต่เป็นการใช้ชีวิตและทำงานร่วมกันของคนในองค์กร เพื่อผลลัพธ์ราบรื่น
- แลกเปลี่ยนแนวคิดกันอยู่เสมอ
การได้แลกเปลี่ยนความคิดของคนที่ทำงานบริษัทในแต่ละช่วงวัยจะช่วยสร้างความเข้าใจให้กับทั้งตนเองและคนอื่น ๆ มากขึ้น ไม่เป็นการมองความแค่ฝ่ายเดียว อีกทั้งยังปรับแนวทางการทำงานเพื่อให้สอดคล้องกับคนทำงานร่วมกันแม้ในช่วงวัยไหนก็เข้าใจและพร้อมให้ความร่วมมือ
- ปรับรูปแบบการทำงานเน้นผลลัพธ์จากทีมมากขึ้น
ลองเปลี่ยนการทำงานแบบตัวใครตัวมันสู่การทำงานเป็นทีม เมื่อคนแต่ละช่วงวัยต้องอยู่ร่วมกัน ทำงาน คิด วิเคราะห์ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด ก็เปรียบได้กับการใช้เวลาทำงานเพื่อสร้างความเข้าใจของอีกฝ่าย ส่งผลดีต่อทั้งตัวคนทำงานและธุรกิจ
บทสรุป
แม้ Generation Gap อาจทำให้แต่ละบุคคลมีความเป็นตัวเองแตกต่างกันไป แต่การทำงานบริษัทยังคงหาจุดตรงกลางเพื่อทำงานร่วมกัน พาองค์กรให้เติบโตแบก้าวกระโดด อีกทั้งยังช่วยให้เข้าใจ Gen Gap ของช่วงวัยอื่น ๆ สำหรับปรับแนวทางการใช้ชีวิต การปรับตัว การเอาตัวรอดในสังคม ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเกิดการซึมซับจนไม่สร้างปัญหาให้กับองค์กร
FAQ: คำถามที่พบบ่อย
Q1. Generation Gap คืออะไร?
A: Generation Gap คือช่องว่างระหว่างคนต่างช่วงวัยที่เกิดจากความแตกต่างด้านความคิด ทัศนคติ ค่านิยม และรูปแบบการใช้ชีวิตหรือการทำงาน
Q2. Generation Gap ส่งผลต่อการทำงานอย่างไร?
A: อาจทำให้เกิดความเข้าใจไม่ตรงกัน ขัดแย้ง หรือความคิดเห็นต่างกัน แต่หากสื่อสารและเปิดใจรับฟังกัน ก็สามารถเปลี่ยนความแตกต่างให้เป็นข้อดีของทีมได้
Q3. วิธีลด Generation Gap ในองค์กรทำอย่างไร?
A: ควรยอมรับความแตกต่างของแต่ละวัย สื่อสารอย่างสุภาพ เปิดโอกาสให้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และส่งเสริมการทำงานเป็นทีมเพื่อเป้าหมายเดียวกัน