content
พนักงานออฟฟิศเริ่มต้นดูแลสุขภาพของตัวเองได้ทันที
- ตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ
การตรวจสุขภาพประจำปีมักเป็นสิ่งที่บริษัทเองมอบสวัสดิการให้กับพนักงานออฟฟิศทุกคนอยู่แล้ว อย่ากังวลเกินเหตุ แต่ควรเลือกตรวจอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้รู้ว่าตอนนี้ร่างกายของตนเองยังปกติดีอยู่ไหม มีสิ่งใดบ้างที่ควรปรับปรุงพฤติกรรม เช่น ไขมันในเลือดสูง น้ำตาลในเลือดสูง ไขมันพอกตับ ฯลฯ อาการเหล่านี้บ่อยครั้งเป็นภัยเงียบที่สามารถเปลี่ยนชีวิตของทุกคนได้ตลอดกาล อย่าชะล่าใจคิดว่าตนเองไม่เป็นอะไร เพราะเมื่อไหร่ที่เกิดขึ้นแล้วมันย้อนกลับไปแก้ไขไม่ได้
- เลือกทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น
เข้าใจว่าในยุคที่ทุกอย่างเร่งรีบ มนุษย์เงินเดือนหลายคนไม่ได้ใส่ใจเรื่องอาหาร สิ่งไหนที่ซื้อง่ายก็ทานทันทีโดยเฉพาะกลุ่มอาหารฟาสต์ฟู๊ด ของทอด ไม่นับรวมกับพวกน้ำหวาน ขนม หรือการปาร์ตี้สังสรรค์ สิ่งเหล่านี้หากทานมากเกินไปย่อมทำลายสุขภาพแบบสะสมไปเรื่อย ๆ จนท้ายที่สุดก็มีโอกาสเกิดโรคตามมามากมาย ลองปรับพฤติกรรมตัวเองด้วยการเปลี่ยนมาเลือกทานอาหารสุขภาพมากขึ้นแต่ก็ไม่ถึงกับต้องคลีนไปเสียทุกอย่าง เริ่มจากทุกมื้อมีผัก เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน รับรองสุขภาพของคุณจะดีขึ้นทันตา
- พักผ่อนให้เพียงพอในแต่ละวัน
สิ่งง่าย ๆ แต่หลายคนทำได้ยากเย็นเหลือเกิน การพักผ่อนถือเป็นจุดเริ่มต้นของการดูแลสุขภาพที่ดี แต่ละวันควรนอนให้ได้อย่างน้อย 6-8 ชม. เข้านอนไม่เกิน 5 ทุ่ม เพื่อให้ร่างกายได้ซ่อมแซมตนเอง สดชื่น ตื่นมาพร้อมกับความสดใสในวันใหม่ สมองปลอดโปร่ง แต่เข้าใจดีว่าคนจำนวนมากมีเรื่องเครียด สิ่งที่ต้องคิดอยู่ตลอด ลองผ่อนคลายกับการทำกิจกรรมเบา ๆ ก่อนนอน เช่น อ่านหนังสือ ฟังเพลง สวดมนต์ ปรับสภาพแวดล้อมห้องนอนให้น่านอน สิ่งเหล่านี้มีส่วนช่วยให้การพักผ่อนของคุณดีขึ้น
- ลดความเครียด ผ่อนคลายกับตนเองบ้าง
การเป็นพนักงานออฟฟิศมีเรื่องให้ต้องเครียดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ก็ต้องเข้าใจว่าทุกสิ่งมีทางออกเสมอ อย่าคิดมากหรือกดดันตนเองจนสุขภาพจิตเสีย แต่จงปล่อยวางและให้เวลาเป็นตัวจัดการปัญหาในหลายเรื่อง หรือพาตัวเองออกไปจากวังวนแห่งความคิดซ้ำซาก เช่น ทำกิจกรรมที่ชอบ ออกไปท่องเที่ยว พบปะเพื่อนฝูง ฯลฯ เมื่อความเครียดลดลง สมองผ่อนคลายมากขึ้น สุขภาพจิตดีสุขภาพกายย่อมดีตามไปด้วย
- ต้องออกกำลังกายเป็นประจำ
ข้อนี้ย้ำเตือนเลยว่า “ต้อง” ออกกำลังกายเป็นประจำ หาเวลาในแต่ละวันให้ได้ หรืออย่างน้อยที่สุดใน 1 สัปดาห์ควรให้หัวใจได้เต้นใน Heart Rate ระดับ 2 ไม่ต่ำกว่า 150 นาที เพื่อให้กล้ามเนื้อหัวใจและปอดทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงการเกิดโรคต่าง ๆ ได้เยอะมากโดยเฉพาะโรคหลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดสมอง ซึ่งมักเป็นภัยเงียบกับมนุษย์เงินเดือนกันมานักต่อนักแล้ว แต่ถ้าใครไม่ชอบหรือไม่มีเวลาจริงลองเปลี่ยนตัวเองง่าย ๆ เช่น เดินเข้าบ้านแทนการนั่งรถรับจ้าง การจ้างเทรนเนอร์ฟิตเนสเสมือนเป็นการบังคับกลาย ๆ เป็นต้น
- มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน
การสร้างมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงานไม่ใช่แค่ทำให้งานของคุณราบรื่นเท่านั้น แต่ยังเป็นการดูแลสุขภาพอีกวิธีที่หลายคนมองข้าม เหตุเพราะเมื่อคุณมีเพื่อนร่วมงานดี พร้อมให้การช่วยเหลือ มีน้ำใจ ไม่ว่าปัญหาอุปสรรคใดก็คลี่คลาย แก้ไขได้ง่ายโดยไม่ต้องนั่งเครียดอยู่เพียงลำพัง มีคนคอยให้คำปรึกษา ให้กำลังใจ สุขภาพจิตดี แบบนี้ยังไงก็ส่งผลต่อสุขภาพกายแบบไม่ต้องสงสัย ดูแลตนเองได้ง่าย ๆ เริ่มต้นจากการสร้างมิตรกับเพื่อนร่วมงาน
- พักสายตาจากหน้าจออยู่เรื่อย ๆ
ปฏิเสธไม่ได้ว่าพนักงานออฟฟิศแทบทุกคนต้องทำงานอยู่หน้าคอมแทบตลอด 8 ชม. ส่งผลเสียต่อสายตาจากแสงสีฟ้าที่เข้ามาทำลาย นอกจากการสวมแว่นกรองแสงแล้ว ควรพักสายตาหรือละสายตาออกจากหน้าจอทั้งคอมพิวเตอร์ มือถือ แท็บเล็ตบ่อย ๆ หรือใครตาแห้งก็ซื้อยาหยอดตามาใช้เพื่อสร้างความชุ่มชื้น วิธีนี้จะช่วยถนอมสายตาของคุณให้ยังเป็นปกติแม้อายุมากขึ้นก็ตาม
- จัดสภาพแวดล้อมการทำงานให้เหมาะสม
สิ่งสุดท้ายในการดูแลสุขภาพของมนุษย์เงินเดือนทุกคน หากคุณมีพื้นที่ส่วนตัวในการทำงานลองจัดสภาพแวดล้อมรอบตัวให้น่ามอง ผ่อนคลาย เช่น การนำของที่ชอบมาตั้งวางไว้ การปลูกต้นไม้เล็ก ๆ ให้มีพื้นที่สีเขียวเพื่อความสบายตา มีหมอนรองคอ ผ้าห่ม เพื่อไม่ให้การทำงานเมื่อยล้ามากเกินไป ฯลฯ เมื่อบรรยากาศรอบตัวดี การทำงานก็มีความสุขแถมยังดีต่อสุขภาพของตนเองอีกด้วย
จริง ๆ แล้วไม่ว่าคุณจะเป็นพนักงานออฟฟิศ มนุษย์เงินเดือน หรืออาชีพใดก็ตามสามารถนำสิ่งเหล่านี้ไปปรับใช้กับชีวิตของตนเองกันได้เลย เพราะการดูแลสุขภาพต้องเริ่มต้นจากตัวเราก่อนเสมอ เมื่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตดี ปราศจากโรคภัย ยังไงก็มีความสุขอย่างแน่นอน