ทำงานแบบ Hybrid Working อีกทางเลือกที่บริษัทญี่ปุ่นนิยมใช้

ทำงานแบบ Hybrid Working อีกทางเลือกที่บริษัทญี่ปุ่นนิยมใช้
ปฏิเสธไม่ได้ว่านับตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 จนกระทั่งทุกวันนี้ที่ความรุนแรงของโรคเริ่มลดน้อยลง ได้เปลี่ยนไลฟ์สไตล์ การใช้ชีวิตของผู้คน ไปจนถึงวิถีการทำงานไปอย่างสิ้นเชิง หนึ่งในรูปแบบการทำงานอย่าง Work From Home คือคำตอบของออฟฟิศจำนวนมาก แต่ปัจจุบันเมื่อสถานการณ์กลับมาปกติหลายองค์กรก็ให้พนักงานกลับเข้ามาออฟฟิศตามเดิม แต่กับอีกหลายแห่งโดยเฉพาะบริษัทญี่ปุ่นมักนิยมให้พนักงานทำงานในรูปแบบ “Hybrid Working” ซึ่งเป็นอีกไลฟ์สไตล์การทำงานแนวใหม่ที่น่าสนใจมากทีเดียว

การทำงานแบบ Hybrid Working คือะไร

การทำงานแบบ Hybrid Working คือ การผสมผสานกันระหว่างรูปแบบ Work From Home หรือการทำงานที่บ้านกับการทำงานในออฟฟิศ ซึ่งพนักงานสามารถแบ่งช่วงเวลาในแต่ละสัปดาห์ตามความเหมาะสม หรือตามข้อกำหนดที่บริษัทระบุเอาไว้ เช่น เข้าออฟฟิศ 2 วัน ทำงานที่บ้าน 3 วัน ถือเป็นไลฟ์สไตล์การทำงานแบบใหม่ที่กำลังมาแรงและได้รับความนิยมสูงมากโดยเฉพาะกับบริษัทญี่ปุ่นและองค์กรขั้นนำหลายแห่งทั้งในเมืองไทยและทั่วโลก

มากไปกว่านั้นการทำงานในลักษณะดังกล่าวอาจไม่ได้หมายถึงการทำงานที่บ้านเสมอไป แต่สามารถระบุเป็นการทำงานนอกออฟฟิศ นอกสถานที่ก็คงไม่ผิดเท่าไหร่นัก เช่น พนักงานอาจไปนั่งทำงานที่ร้านกาแฟ ร้านคาเฟ่ อยู่ต่างจังหวัด หรืออื่น ๆ โดยไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิศ แต่สิ่งสำคัญคือผลของงานต้องออกมาตามเป้าหมายหรือตามความคาดหวังขององค์กรจึงถือว่าเป็นวิธีทำงานที่ประสบผลสำเร็จต่อบุคคล แผนก หรือต่อองค์กรดังกล่าว

ข้อดีของการทำงานแบบ Hybrid Working

เมื่อไลฟ์สไตล์การทำงาน การใช้ชีวิตของผู้คนเปลี่ยนไป บวกกับเทคโนโลยีอันทันสมัยเข้ามามีบทบาทต่อทุกคนมากขึ้น จึงเกิดเป็นการทำงานในลักษณะ Hybrid Working นี้ขึ้นมา ซึ่งคนที่ทำงานอยู่บริษัทญี่ปุ่นหรือองค์กรใดก็ตามจะได้รับประโยชน์จากข้อดีในหลายด้าน ดังนี้

  1. ประหยัดค่าใช้จ่ายของทั้งพนักงานและองค์กร

เมื่อพนักงานไม่จำเป็นต้องเสียค่าเดินทางไป-กลับด้วยตนเอง ขณะที่องค์กรก็ไม่ต้องจ่ายค่าน้ำค่าไฟ ถือเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นกับทั้ง 2 ฝ่าย เรียกว่าได้ประโยชน์จากสิ่งนี้กันถ้วนหน้า เซฟต้นทุนของตนเองอีกพอสมควร

  1. สามารถสร้าง Work Life Balance ของตนเองได้

การมี Work Life Balance คือเรื่องสำคัญของการใช้ชีวิต บางคนทุ่มเทให้กับงานมากไปจนเกิดภาวะความเครียด และเสียสุขภาพในด้านอื่นตามมาอีกเยอะมาก แต่เมื่อคุณไม่ต้องเหนื่อยกับการเดินทางวันละหลายชั่วโมงเพื่อเข้าออฟฟิศ นั่นเท่ากับมีเวลาตื่นช้ามากขึ้น ไม่ต้องเบียดเสียดกับผู้คน ไม่ต้องกังวลกับปัญหารถติดบนท้องถนน สุขภาพจิตดีขึ้น จัดการตารางเวลาชีวิต พร้อมสร้างไลฟ์สไตล์การทำงานให้ดีได้มากกว่าเดิม

  1. ประสิทธิภาพของการทำงานมากขึ้นกว่าเดิม

บางคนอาจมองว่าการทำงานแบบ Hybrid Working จะสร้างผลเสียเรื่องความรับผิดชอบ แต่เรื่องจริงกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง พนักงานหลายคนต่างชื่นชอบการทำงานโดยที่ตนเองไม่ต้องเหนื่อยเดินทางมากไป จึงมีเวลาทุ่มเทให้กับงานได้แบบเต็มที่ เมื่อบวกกับพื้นฐานความเข้าใจที่อยากแสดงให้เห็นว่าตนเองพร้อมทำงานลักษณะดังกล่าวแบบไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิศก็มีผลงานสร้างสรรค์ หรือทำออกมาได้ดีตามมาตรฐานได้ จึงไม่แปลกที่ประสิทธิภาพของงานจะเพิ่มขึ้นกว่าเดิม

  1. ลดปัญหา Burn Out ในการทำงาน

คนเราหากอยู่ที่เดิมติดต่อกันเป็นเวลานาน ความน่าเบื่อ หรืออาการหมดไฟสามารถเกิดขึ้นได้ ซึ่งภาวะดังกล่าวเรียกว่า Burn Out บริษัทญี่ปุ่นเล็งเห็นปัจจัยตรงนี้จึงมีการปรับรูปแบบให้พนักงานสามารถสับเปลี่ยนเข้าออฟฟิศและทำงานแบบ Work From Home ได้ตามความเหมาะสม ขึ้นอยู่กับระบบจัดการของแต่ละแผนก ช่วยสร้างไฟในการทำงานให้ลุกโชนอยู่ตลอด ไม่ต้องเจอกับสภาพแวดล้อมเดิม บรรยากาศเก่า ๆ ส่งผลถึงการขาดแรงบันดาลใจอีกต่างหาก

การทำงานแบบ Hybrid Working เทรนด์นี้จะตอบโจทย์อีกนานแค่ไหน

ตราบใดที่ผู้คนยังคงรู้สึกดีกับการทำงานแบบ Hybrid Working ไม่ว่าจะเป็นคนในองค์กรบริษัทญี่ปุ่นหรือหน่วยงานใดก็ตาม ไลฟ์สไตล์การทำงานนี้จะยังคงเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมต่อไป เพราะเมื่อไหร่หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน เช่น โรคระบาดรุนแรงซ้ำ หรืออื่น ๆ พนักงานทุกคนจะคุ้นชินกับการทำงานที่บ้าน ทำงานนอกสถานที่ ไม่ต้องเข้าออฟฟิศเสมอไป สร้างความพึงพอใจและยังช่วยให้งานของตนเองยังคงเดินหน้าอย่างมีคุณภาพ ไม่ต้องเสียเวลาปรับตัวใหม่ให้ยุ่งยากอีกด้วย

คำแนะนำในการทำงานแบบ Hybrid Working

  • ต้องมีการวางแผนระหว่างพนักงานในแผนก หรือในองค์กรของตนเองให้ดี เช่น การกำหนดวันทำงานของแต่ละคน การสับเปลี่ยนเข้ามาอยู่ในออฟฟิศ
  • ทำความเข้าใจจุดประสงค์ของการทำงานแบบ Hybrid Working ไม่ใช่การให้หยุดอยู่บ้าน แต่เป็นไลฟ์สไตล์การทำงานแนวใหม่ที่ใครอยากทำแบบนี้ต่อเรื่อย ๆ ก็ต้องตั้งใจทำงานอย่างมีคุณภาพ
  • ปรับลักษณะการทำงานตามความเหมาะสม หากทดลองแล้วยังไม่ได้ตามเป้าหมายก็อาจต้องเปลี่ยนแผนใหม่
  • จัดเตรียมอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้พร้อมสำหรับการทำงาน รวมถึงการประชุมพูดคุยผ่านช่องทางออนไลน์ โยเฉพาะกับบริษัทญี่ปุ่นที่อาจต้องมีประชุมข้ามประเทศ

การทำงานแบบ Hybrid Working ของบรรดาบริษัทญี่ปุ่นทั้งหลายเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจมาก ซึ่งบริษัทชั้นนำจำนวนมากก็มักนิยมนำเทคนิคดังกล่าวเพื่อสร้าง Work Life Balance ที่ดีให้กับพนักงานของตนเอง เกิดความจงรักภักดีต่อองค์กร ปรับไลฟ์สไตล์การทำงานให้แตกต่างไปจากเดิม สอดคล้องกับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปจากอดีตมาจนถึงยุคใหม่ด้วย

Other Articles

PDPA Icon

We use cookies to improve the performance and experience of using our website. You can find more details at Privacy Policy and manage your privacy settings by clicking Settings

Privacy Preferences

You can choose your cookie settings by enabling/disabling cookies for each category as needed, except for necessary cookies.

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save