content
เหตุผลที่คนส่วนใหญ่ตัดสินใจลาออกจากงาน
อย่างที่เกริ่นเอาไว้ว่าการลาออกจากงานเกิดขึ้นได้ด้วยปัจจัยต่าง ๆ มากมาย ลองเช็กสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นกับคุณตอนนี้ว่าสาเหตุที่แท้จริงคืออะไร เสมือนการส่องกระจกเพื่อคิดทบทวนอีกครั้งว่าสิ่งที่กำลังจะทำอย่างการเปลี่ยนงานใหม่เป็นคำตอบที่ถูกต้องมากที่สุด
- เบื่อการทำงาน สภาพแวดล้อมแบบเดิม ๆ ต้องการความท้าทายใหม่ในชีวิต
- ต้องการเติบโตในสายงานของตนเองมากขึ้น มีคนจำนวนมากเล็งเห็นว่าทำงานที่เดิมก็ไม่ได้ไปไกลกว่านี้จึงเลือกสมัครงานบริษัทใหม่ดีกว่า
- ความ Toxic ของที่ทำงานไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน หัวหน้า ลูกน้อง หรือแม้แต่ผู้บริหาร ส่งผลให้เสียสุขภาพจิต
- รายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น การเปลี่ยนงานใหม่จึงเป็นวิธีเพิ่มเงินเดือนหรือรายได้กับตนเองที่น่าสนใจ
- ระยะทางด้านการเดินทางมีผลต่อการตัดสินใจลาออกจากงานอยู่พอสมควร ความเหนื่อยล้า ตื่นเช้า กลับดึก จึงเลือกสมัครงานบริษัทใหม่ที่เดินทางสะดวก ประหยัดค่าใช้จ่ายดีกว่า
- งานหนัก รับผิดชอบมากเกินไปจากหน้าที่เดิมที่เคยตกลงกันไว้ แต่รายได้ยังคงเดิมไม่เปลี่ยน
- ถูกโยกย้ายให้ไปทำงานในตำแหน่งไม่ถนัด ไม่มีทักษะ หรือย้ายจุดทำงานไปยังสถานที่ที่ตนเองไม่สะดวก
- สไตล์การทำงานของตนเองกับเพื่อนร่วมทีม หรือพนักงานคนอื่นในบริษัทไม่ตรงกัน อึดอัด ไม่มีความสุขกับการทำงาน
- ถูกกดดัน หรือมีความคาดหวังสูงเกินจริง รู้สึกถึงความเครียด ซึ่งอาจส่งผลต่อปัญหาสุขภาพแบบไม่รู้ตัว
นอกจากสาเหตุหลัก ๆ ที่อธิบายไปแล้วบางคนยังอาจมีเหตุผลส่วนตัวอื่นที่ต้องโบกมือลาบริษัทเดิม เช่น ปัญหาส่วนตัวกับเพื่อนร่วมงาน ทำผิดกฎบริษัท ต้องไปเรียนต่อ ย้ายที่อยู่อาศัย ฯลฯ
คิดลาออกจากงาน ต้องทำยังไงไม่ให้กระทบต่อตนเองและคนรอบข้าง
หากคุณวางแผนอย่างแน่วแน่ว่าจะตัดสินใจลาออกจากงาน สิ่งแรกที่ควรทำคืออย่าพึ่งรีบร้อนแล้วลองพิจารณาปัจจัยเหล่านี้ถึงความเหมาะสม เพื่อสร้างความมั่นใจว่าแม้ลาออกแล้วก็จะไม่สร้างปัญหาหรือส่งผลกระทบใด ๆ ต่อคนรอบตัว
- มีงานใหม่รองรับหรือมีเงินเก็บใช้ในช่วงกำลังหางานใหม่
หากคุณเตรียมตัวมาอย่างดี การสมัครงานบริษัทใหม่ไว้รองรับจะสร้างความมั่นคงในสถานะทางการเงินได้จริง ไม่ต้องลุ้นว่าออกไปแล้วจะขาดรายได้ แต่ถ้าใครรู้สึก Toxic เครียดกับชีวิตการทำงานที่เดิมมาก ต้องการลาออกทันที อาจต้องมีเงินเก็บสักก้อนไว้ใช้ระหว่างหางานใหม่ ซึ่งเฉลี่ยควรมีเงินเก็บไม่น้อยกว่ารายจ่าย 3 เดือน ของคุณ
- ลองพูดคุยแบบตรง ๆ ถึงปัญหาที่เกิดขึ้น
หากคุณทำงานดี ผลงานชัดเจน หรือเข้ากับเพื่อนร่วมงานได้แบบไร้ปัญหา เชื่อเถอะไม่มีใครอยากเห็นคุณเปลี่ยนงานใหม่ หรือเดินออกจากที่เดิม ดังนั้นลองพูดคุยกันตรง ๆ กับคนที่เหมาะสมถึงสิ่งที่เกิดขึ้นหรือความรู้สึกตอนนี้ เช่น คุยกับหัวหน้า ผู้บริหาร ถึงสถานการณ์ ความคิดของตนเองที่กำลังเกิดขึ้น เพื่อให้เกิดการแก้ไข เปลี่ยนแปลง นอกจากคุณไม่ต้องเสียเวลาหางาน ออกจากงานไปปรับตัวใหม่แล้ว ยังสร้างความสุขในทุกวันของการทำงานได้อีกด้วย
- ลาพักร้อน หรือหยุดงานสักพักเพื่อปรับอารมณ์
บ่อยครั้งคนเราเมื่อเจอความเครียดสะสมอยู่ตลอดย่อมรู้สึกกดดัน เหนื่อยล้า ไม่อยากเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แต่ก่อนคิดลาออกจากงาน ลองพูดคุยกับ HR ถึงการขอเข้าโหมดพักผ่อนเพื่อชาร์จพลังให้กับตนเอง เช่น ลาพักร้อนไปเที่ยว พักผ่อนอยู่บ้าน ปรึกษาจิตแพทย์ หรือบางบริษัทมีการลาแบบไม่จ่ายเงินเดือนโดยคุณสามารถหยุดได้จนกว่ากำลังใจและกำลังกายจะพร้อมสำหรับทำงานอีกครั้ง ไม่แน่เมื่อมีสติ โยนเรื่องงานทิ้งไว้ก่อนอาจช่วยให้คุณมองเห็นสิ่งดี ๆ จากการทำงานที่เดิมมากกว่า
- เทียบความก้าวหน้าในอาชีพระหว่างที่ทำงานเก่าและใหม่
หากจะเลือกเปลี่ยนงานใหม่ทั้งทีต้องมั่นใจว่าการสมัครงานบริษัทใหม่ของคุณมีโอกาสเติบโตมากกว่าทั้งเรื่องของ ตำแหน่ง รายได้ ไปจนถึงเรื่องอื่นที่รู้สึกถึงสิ่งที่ดีกว่า เช่น การเดินทางสะดวก ประหยัดค่าใช้จ่าย สังคมในที่ทำงานไม่ Toxic มีสวัสดิการดี ๆ เพิ่มเติมให้ ฯลฯ หากประเมินว่าดีกว่าที่เก่าก็สามารถเป็นคำตอบที่น่าสนใจได้เช่นกัน
- อย่าลืมอัปเดต Resume ของตนเอง
มีคนไม่น้อยตัดสินใจลาออกจากงานแบบหุนหันพลันแล่นโดยไม่ได้เตรียมอะไรไว้ล่วงหน้า เงินเก็บก็ไม่พอ งานใหม่ก็ยังหาไม่ได้ ดังนั้นสิ่งแรกที่ควรทำหากวางแผนย้ายงานนั่นคือต้องอัปเดต Resume ของตนเองให้เป็นปัจจุบันมากที่สุด เช่น ตำแหน่งสุดท้ายก่อนลาออก เงินเดือนที่ได้รับ ทักษะ ประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้น ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คุณได้งานใหม่เร็วขึ้น
แม้การลาออกจากงานจะเป็นวิธีที่หลายคนเลือกใช้หากสิ่งที่กำลังอยู่ตรงหน้าไม่ใช่ตัวตน หรือมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ก่อนที่คุณจะยื่นใบลาออกเพื่อเปลี่ยนงานใหม่อยากให้ลองประเมินอย่างละเอียดอีกครั้งว่านี่คือวิธีดีที่สุดแล้ว เพื่อจะได้สมัครงานบริษัทใหม่แบบไม่ติดค้างใด ๆ และยังลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับตนเองรวมถึงคนรอบข้างได้อีกด้วย